Leviticus

มีเรื่องอยากพูดเยอะมากกกกกก ปักไว้ก่อนว่าเรียกไอสิ่งนั้นที่ตามล่าพวกตัวหลักในเรื่องว่า entity/เอนติตี้ละกัน สะเปะสะปะไปหน่อยแต่พยายามจัดระเบียบอยู่

ก่อนอื่นเลยนะ ไม่ชอบที่บิ้วคสพของสองตัวหลักออกมาแบบนั้นเลย รู้สึกว่าตัวละครมันไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่ คือมันชอบกัน มัน drawn to each other แต่มันยังไม่ถึงขั้นที่จะบิ้วดราม่าได้ (เอิ่ม อันนี้เถียงได้ แต่หมายถึงปกติเวลานี่ดูอะไรซักอย่างจะแอบคาดหวังให้มันมีฉากทะเลาะกันหนักๆซักหน่อยเพื่อคลี่คลายคอนฟลิค) ซึ่งดราม่าน่ะมันมีแหละ แต่มันจะเป็นดราม่าที่เกี่ยวกับ homophobia ความโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง ครอบครัวที่เนมเรียกหาก็ปฏิเสธ ความรู้สึกแบบไม่มีใครเชื่อเรา ไม่มีใครเห็นสิ่งที่เราเห็นซักคน จุดนี้คือดีมาก แต่คสพของเด็กสองคนเนี่ยยังขาด trust ไปหน่อย (รู้ว่านี่คือพ้อยของเรื่อง ตัวละครมันต้องระแวงกัน นั่นคือประเด็น แต่เราหมายความว่าในการที่จะบอกว่ามันจบแบบ hopeful ได้เนี่ย เรายังต้องการ foundation ในความสัมพันธ์ของสองคนนี้อีกหน่อย) ถ้าเราลองเรียบเรียงเรื่องดีๆเราจะเห็นว่าสองคนนี้มันไม่ได้รู้จักกันลึกซึ้งเลยนะ บทที่คิดว่าจะเป็นบทพูดเปิดใจละ ก็ดันเป็นบทที่พูดกับเอนติตี้อีก คือมันยังไม่มีจุดระเบิดลง จุดตีหัวแบบที่เรามักจะมองหาในหนัง/หนังสือซักเรื่องอ่ะ เดี๋ยวจะขยายความต่อข้างล่าง ถ้าไม่ลืม

อันนี้ดูรอบสองละ เราว่าคสพสองคนนี้มันดูแล้ว infatuation + desire ชัดมาก มันเป็นครสอยากจะรัก อยากครอบครอง อยากจะถูกรัก แล้วก็ดีใจที่ได้รับความรัก แต่มันไม่ได้รู้จักกันจริงๆนะชั้นว่า ถ้านับกันจริงๆไรอันโผล่มาแค่ (พยายามเรียบเรียงฉากที่ตัวละครโผล่มา ) ซีนแรก โรงสี /ดูด joint แล้วคุยเรื่องแม่ ไรอันไม่ค่อยพูดเท่าไหร่/ แล้วก็ไรอันจูบกะฮันเตอร์ / ทำพิธี / มองๆกันในห้องเรียน / แล้วก็เนมไปหาไรอันที่บ้าน มีเสียงนกในกรง แล้วไรอันไปบูธถ่ายรูป โดนทำร้ายแบบเบาๆ / แล้วก็งานศพฮันเตอร์ที่เจอเอนติตี้แล้วเจอไรอันตัวจริง / แล้วก็ไปหาเจสสิก้าด้วยกัน / ซีนบนรถบัส / แล้วก็ซีนหน้าบ้านที่เหมือนจะบอกความในใจว่าชั้นอยากให้มันหน้าตาเหมือนนาย นี่เป็นช่วงตลคเคลียร์ใจกันนิดๆ ฟีลแอบสารภาพรัก แล้วมันจะเป็นความรู้สึกแบบกลัวๆ อึ้งๆ / ที่นี้ตัดไปวันถัดไปไรอันโดนกัดหู อันนี้เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ / แล้วน่าจะตัดไปตรงที่นั่งรถไปกับอิซซี่ รู้ความจริง เป็นซีนตัดความสัมพันธ์ / เนมสู้กับเอนติตี้แล้วเผาโรงสี สุดท้ายไปเจอกันที่ป้ายรถบัส หมดละ ถ้าทลผิดพลาดแย้งได้

จริงๆฮันเตอร์ก็น่าสนใจ นี่กำลังคิดอยู่ว่าถ้าไม่ใส่ฮันเตอร์เข้ามาจะเป็นยังไง ฮันเตอร์มีคสพแบบไหนกับไรอันกันแน่ เซ็งที่มันไม่มี pov ไรอันเลยจริงๆทั้งๆที่ถ้าเราดูทั้งหมดไรอันเป็นตัวโดนของเรื่องเลยนะ โดนแฉเรื่องเป็นเกย์ โดนเอนติตี้ตาม ฮันเตอร์มันตายไปทั้งคน ตัวเองก็เสี่ยงตายเพราะเนมแฉ แล้วในใจจะรู้สึกยังไง felt betrayed แล้วยังไงต่อ ทำไมให้อภัยเนมได้ล่ะ ทำไมไม่โกรธ โมโห เสียใจ ไป process ความรู้สึกเอาตอนไหน อ้อ คิดอีกที แล้วเนมล่ะรู้สึกยังไงกับการตายของฮันเตอร์ กลัว รู้สึกผิดมั้ย (ก็ซึมอยู่นะ) อัพเดท 8/7/26 ตอนไรอันอยู่กับฮันเตอร์คือเหมือนวัวชนกัน มันจะผูกพันกันด้วย masculinity อะไรขนาดนั้น เวลาไรอันอยู่กับเนมนี่จะทรีทเนมด้วยความอ่อนโยน อ่อนหวานขึ้นมาเยอะมาก เคยเห็นคนพูดว่าเพราะไรอันเห็นเนมที่แสดงความกลัว(งูและความสูง)ออกมา พออยู่กับเนมเลยน่าจะบอนด์ผ่านทางนี้ คืออยู่แล้วแสดงด้านที่อ่อนแอออกมาได้

นึกขึ้นได้ตอนนึง ตัวละครมันเคยกอดกันเหมือนในโปสเตอร์มั้ยนะ เหมือนจะเห็นแต่จูบ จับไหล่ อันนี้หมายความว่าไงหว่า ชั้นมองว่าเพราะไม่ได้ใกล้ชิดกันในแง่นั้นอ่ะ เราไม่ได้มองว่าตลคมันผูกพันกันขนาดนั้น แบบอะไรที่ต้องคุยกันแบบ heart to heart แบบนั้นอ่ะ คิดว่ายังอยู่ในระยะตั้งไข่ในความสัมพันธ์กันอยู่เลย กำลังคิดอยู่ว่าถ้าจะมีซีนไหนที่ตัวละครต้องกอดกัน มันจะกอดแบบนั้นได้ตรงซีนไหนน้อ คงเป็นซีนสุดท้ายนั่นแหละ แต่คิดว่าก็ยังไม่ได้ น่าจะต้องให้ผ่านอีเว้นร่วมกันอีกซักอัน เพราะจริงๆแอคติ้งตลคดูดีใจที่ได้เจอกัน กลับมายิ้มอีกครั้ง ดูผ่อนคลาย แต่ถ้าเอาเหตุผลนี่ก็ยังไม่ค่อยซื้อ มันยังไม่ได้เคลียกันเลยว่าคสพคืออะไรกันแน่ ฮันเตอร์เป็นอะไรกับไรอัน แล้วเรื่องเนมแฉอีก แต่เดะต่อข้างล่าง

นี่พยายามคิดว่าทำไมแม่ถึงไม่เป็นห่วงเนมทั้งๆที่เห็นแล้วว่าฮันเตอร์ตายเพราะพิธีนี้ แต่ทีนี้เรานึกขึ้นได้ว่าคนเคร่งศาสนาคงไม่ได้สนใจแค่สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตนี้อย่างเดียว แต่คงคิดไปถึงวันพิพากษาที่เกิดขึ้นหลังจากเราตายไป เพราะงั้นความตายเลยไม่ใช่ her biggest concern ดังนั้นการทำพิธีกรรมแก้เกย์เนี่ยก็คือความพยายามของชีที่จะทำให้ลูกกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ต่อให้จะลงเอยด้วยความตาย แต่ก็เท่ากับจะได้แก้บาปของการชอบเพศเดียวกัน เอาความกลัวให้มันฝังติดตัวเนมไปตลอด เพราะจำได้ว่าแม่ก็ใช้ความกลัวเนี่ยเพื่อกำกับชีวิตตัวเองด้วยใช่มั้ยนะ เพราะความเกรงกลัวต่อบาปทำให้เราทำตัวถูกต้องตามทำนองคลองธรรมเหรอ idk อ่ะ นี่นึกถึงประเด็นนี้ขึ้นมาเพราะแม่เรสประเด็นขึ้นมาว่าสักวันนึงแม่ก็จะตาย นี่คือบทพูดที่เปิดไปสู่ discussion (ของคนดู) ว่าโอเค มันคิดใน aspect นี้ได้ด้วยนี่นา ชีใช้คำว่าแม่ไม่อยากเสียลูกไป เสียให้อะไรล่ะ homosexual เหรอ

สิ่งที่จับได้ตอนดูรอบสองก็คือการพูดถึงความรู้สึกปลอดภัย แม่ของเนมรู้สึกปลอดภัยใต้ร่มเงาของศรัทธา ความเงียบที่ทำให้นางปลอดภัย เรื่อง safe จะพูดขึ้นมาอีกรอบ ตอนที่เนมบอกว่า i dont feel safe i’m terrified เรื่อง safe and fear มันมาแบบ prominent มาก สิ่งที่ทำให้แม่รู้สึกปลอดภัยคือศาสนา เชื่อว่าศาสนาคือคำตอบ คือชั้นอยากรู้จริงๆว่าในหัวแม่คิดอะไรอยู่บ้าง คือต้นเรื่องเนี่ยดูคุยกับเนมได้ เป็นแม่ทั่วไป แต่ทีนี้ชีจะเริ่ม tense ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนมีปัญหา ongoing ที่เนมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร และแม่แทบไม่พูดคุยกับเนมตรงๆเลย เหมือนพยายามปัดที่จะคุยด้วย อันนี้คิดว่าทำเหมือนที่พ่อเนมทำ คือทิ้งอีกฝ่ายไว้กับ silence แม่เลยไม่คุยกับเนมเหมือนก้น แต่แก้ปัญหาด้วยการจัดแจงให้เนมกลับมาเป็นปกติ

แล้วก็ครึ่งหลังนี่แหละที่เริ่มสงสัยสเกลพลังของเอนติตี้ จริงๆมันวาร์ปได้ด้วยซ้ำ (ซึ่งถ้าวาร์ปได้แล้วมันก็ต้องเก่งมากๆสิ เด็กมันจะสู้ได้ยังไง ใครจะสู้มันได้ มันแค่วาร์ปโผล่มาเพื่อสร้างความกลัวอ่ะเอาจริงๆ แบบแสดงอำนาจเหนือกว่า) แล้วตอนไฟไหม้ในโรงสีมันจะร้องอ๊ากๆทำไม ส่วนตัวตีว่าร้องเพื่อให้ดูน่าสงสาร (จริงๆคิดว่ามันน่าจะฟีล paralyzed เมื่อเจอไฟ ต้องพักไปชาร์จพลัง แต่ก็) ให้เนมคลางแคลงใจว่า what if ในนั้นเป็นไรอันล่ะ ถ้าเราเลือกผิดแล้วทำให้ไรอันตายล่ะ งี้ เอนติตี้มันทำอะไรตามใจมากนะ นี่ว่ามันเอนจอยกับการตามล่าสองคนนี้อ่ะ maybe it feeds from fear and despair มั้ยนะ เลยต้องตามหลอกให้คนอยู่ไม่สุขแล้วค่อยฆ่า เพราะถ้ามันจะฆ่าจริงๆมันก็ทำได้ดิ ทีนี้มันก็ลีดมาถึงว่าทำไมฮันเตอร์ตายได้ gory จัง ครั้งแรกที่ดูในโรงเราคิดว่าความสยองมันไม่เท่ากัน มันไม่ consistent ทำไมเอนติตี้ที่ฆ่าฮันเตอร์ได้ในไม่กี่วันจะฆ่าสองคนนี้ไม่ได้ซักที หรือเราอาจมองได้ว่าฮันเตอร์สิ้นหวังขั้นสุดแล้ว เล่าให้ใครฟังก้ไม่เชื่อ จนยอมแพ้ จริงๆก็คิดงี้นั่นแหละ แล้วก็มีอีกประเด็นคือตอนเอนติตี้ไรอันบอกว่าฉันไม่กลัวที่จะเปิดเผยตัวเอง ไรเทือกนั้น ตอนแรกคิดละนะว่าเห้ย ถ้ามีตลคที่กลัวกับตลคที่ไม่กลัว ผลลัพท์จะต่างกันมั้ย แต่ผลกลับกลายเป็นว่านั่นไม่ใช่ไรอันตัวจริงอีก เอ๊า ตอนแรกแอบปรุงในหัวละว่าบางทีมันอาจจะลดความ aggressive ลงเมื่อเจอกับคนที่ไม่กลัว ฟีลนั้น แต่ข้อเสนอนี้ปัดตกไปแล้ว

คือเรามองว่าฉากเคลียร์ใจที่เนมคุยกับเอนติตี้ไรอัน ถ้ามันไม่เกิดขึ้นกับไรอันตัวจริง งั้นการมีอยู่ของซีนนี้ก็เพื่อส่งเมสเสจถึงผู้ชมงั้นสิ ไม่ใช่ resolve conflict กับไรอัน มีเหตุผลอะไรที่ต้องให้เนมได้ไปคุยกับเอนติตี้แทนที่จะเป็นไรอันตัวจริง คิดๆๆ ชั้นรู้สึกว่าเรื่องมันแอบ repetitive แต่ยังคิดไม่ค่อยออก จะไล่ปัญหามาเป็นข้อๆก่อนละกัน

ปล. ป้าคงจะไม่ไปแตะเรื่องคริสเตียนมากเพราะเห็นคนเถียงกันอยู่ว่านี่เป็นหนัง anti conversion therapy หรือหนัง anti christian กันแน่ ให้คนในไปเถียงกันเองละกัน

จุดที่ข้องใจ

  1. เราเริ่มข้องใจตอนตลคเริ่มรู้ถึง presence ของ entity จากการนั่งรถไปหาเจสสิก้า ตรงนี้แหละที่ตลคควรเริ่มกลัวได้แล้ว แต่มันก็ตัดไปวันถัดไปที่ไรอันโดนกัดหูในห้องน้ำ (ซึ่งตอนนั้นตลคมันกะลังมองว่าจะไปอิ๊อ๊ะกันในห้องน้ำดีมั้ย ใช่ป้ะ หน้ามันยิ้มอยุ่นะ) ตรงนี้เรามองว่าตลคกลัวช้าไปหน่อย เครียดช้าไปนิดนึง หรือมันเป็น defense mechanism ของเด็กวัยรุ่นเรอะ แต่เขียนไปแล้วเพิ่งมานึกได้ มันก็เพิ่งผ่านฉากแฮนจอบบนรถบัสมาไม่ใช่เรอะ (ใช่มั้ย อันนี้จำลำดับเรื่องไม่ค่อยได้จริงๆ) แต่อันนั้นไม่ได้อะไรนะ เพราะรู้สึกว่าตัวละครมันไม่มีพื้นที่ส่วนตัวในการประกอบกิจกรรมเลย ซีนบนรถบัสระทึกไปหน่อยแต่เข้าใจได้ แต่ห้องน้ำมันเป็นสถานที่ชวนผีหลอกมาก เลยรู้สึกว่า เคร จริงๆจุดนี้ต้องเริ่มระแวงได้ละ (แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก แค่นึกจุดนี้ขึ้นมาได้ ความขัดใจน่าจะอยู่ข้อถัดไปมากกว่า) อืมแล้วก็เพราะเอนติตี้มันยังมาแบบเงียบๆอยู่ในช่วงแรก แค่ล่อลวงแล้วโจมตี จำได้ว่ามันมาแบบมุ่งร้ายที่สุดก็ตอนจั๊มสแกร์ที่เตียงในบ้าน แล้วจากนั้นบรรยากาศก็จะเริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆละ
  2. หลังจากเนมไปหาคนอยู่ด้วยที่ร้านสะดวกซื้อ คือมันจำเป็นต้องปั่นจักรยานเข้าป่าเหรอวะ มันมีถนนไปทางที่ไม่เปลี่ยวมั้ย คือเมืองมันจะไม่มีที่ที่เปิดตลอดเลยจริงๆเหรอ แต่อ่ะ ถ้าเป็นเมืองบ้านนอกมากๆชั้นเชื่อก็ได้ แต่ทำไมไม่ไปโรงพยาบาลบ้างล่ะ (แบบการแก้ปัญหาของเจสสิก้า ที่ไม่มีทางหนีพ้น แต่ก็ไม่ตาย) โรงพยาบาล สถานีตำรวจพวกนี้ไม่มีทางปิดหรอก ชั้นมองว่าจุดนี้คือ a series of การตัดสินใจผิดพลาด ซึ่งจริงๆหนังเรื่องนี้แทบไม่พูดเรื่องการคิดหาวิธีสู้เลย (หรือมันคิดแล้วนะ ตอนที่พูดว่าแล้วจะต้องทำยังไง) เหมือนมันดำเนินแบบโบ้มๆๆๆๆๆ ตลคน่าจะคิดไม่ทัน เครๆ ได้ๆ ทดไว้ก่อนนะ แต่นี่เคยเห็นทวิตนึงที่บอกว่าถ้าเอนติตี้มันไม่โผล่มาในรูปถ่าย งั้นก็แปลว่าเราใช้กล้องมือถือส่องเอาได้สิว่าคนตรงหน้าเราเป็นตัวจริงรึเปล่า ซึ่งก็เออว่ะ นั่นสิ แต่เรื่องไม่ได้เน้นที่วิธีการไขปริศนาว่าจะรอดจากเอนติตี้ยังไง มันพูดเรื่องอื่นมากกว่า ดังนั้นตัวละครเลยไม่ค่อยได้สำรวจเลยว่าจะหาทางรอดได้ยังไง แล้วในเรื่องมีการใช้เทคโนโลยีน้อยม้ากกกกกก มือถือมันมีกล้องให้ใช้อยู่ใช่มั้ย แต่จริงๆข้อนี้ชั้นแก้ตัวให้ได้นะ เพราะเอนติตี้มันทำงานแบบมีไดนามิค ชั้นเดาว่ามันคงเรียนรู้ได้เรื่อยๆว่าจะหลอกคนยังไงได้บ้าง บางทีเรื่องรุปถ่ายมันอาจจะแค่ยังไม่ทันคิดว่านี่เป็นจุดอ่อนของตัวเองได้ แต่ถ้ามันรู้มันอาจจะใช้พลังเพื่อให้ปรากฏตัวในอุปกรณ์ได้ด้วยก็ได้ ทำให้ตัวละครแยกได้ยากขึ้น ผีเดี๋ยวนี้มันไฮเทคได้หมดแหละชั้นว่า ต้องตามยุคสมัยอ่ะ
  3. ฉากแม่ฉากสุดท้าย เรามองว่าจุดนี้คือการขยายปมเพิ่ม ไม่ใช่การขมวดจบ มันเลยทำให้นี่นั่งภาวนาในใจว่าห้ามตัดจบตรงนี้นะ ไม่งั้นชั้นจะไม่พอใจแน่ๆ เราได้รู้อะไรจากฉากนี้บ้าง เรารู้ว่าแม่รู้อยู่แล้วว่าพิธีนี้มันทำให้คนตาย รู้ว่าเนมโดนตามล่าจริง แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกผิดกับการตัดสินใจนี้ เลยทำให้เห็นว่าชีรักลูกในระดับหนึ่ง แต่ชีไม่ได้อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ลูก มันน่าจะเป็นแนวคิดที่ปกครองเด็กด้วยความกลัวนั่นแหละ so หัวเก่า แล้วคือยังไง เจ๊พูดทำนองว่าเป็นเกย์มันไม่ดี เป็นเกย์มันทำให้ชีวิตยาก เราไม่ควรเป็นเกย์ แต่แม่คือตัว actively ทำให้ชีวิตลูกยากเลยนะ งงฟร่ะ แล้วสรุปมันจะเอามั้ยเนี่ยความปลอดภัยลูก ยังทำความเข้าใจโลจิกของแม่เรื่อยๆอยู่ว่าคิดด้วยฐานคิดอะไรกันแน่ มีอะไรซ่อนเร้นในจุดมุ่งหมายของแม่บ้าง ทดไว้อีกอัน แต่คือถ้าเรามองว่าลูกเป็นความรับผิดชอบของเรา เป็นหน้าที่ที่เราต้องเลี้ยงให้มันอยู่ในกรอบ แต่ไม่ได้สนใจความรู้สึกของลูก งั้นก็ใช่ ทางเลือกของแม่ก็คงเม้กเซ้นในแบบนั้น
  4. เนมมันรอดตัวกับข้อหา out ชาวบ้านได้ไงฟะ คือเข้าใจนะว่ามันไม่ใช่ความผิดเนม แต่เป็นความผิดโฮโมโฟบ คือมันก็เด็กคนนึงที่พยายามแก้ความอึดอัดคับข้องใจที่เห็นคนที่มีซัมติงกับเราไปจูบกับคนอื่น ด้วยการ rely on authority แต่เอาจริงๆตัวเองก้เป็นเกย์ (คือมันแน่ใจมาก่อนแล้วใช่มั้ยว่าตัวเองเป็นเกย์ ไม่ได้เพิ่งมาสำรวจตัวเองใช่มั้ย) ทำไมไม่คิดว่านี่คือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับ queer kids เธอต้องรู้ปะว่านี่เป็น the worst idea to entertain ตัวเองยังไม่กล้าบอกแม่ว่าเป้นเกย์ (ใช่มะ ใช่ปะ มันไม่น่ามีบทสนทนาเรื่องนี้กันมาก่อน ฉากคัมเอ้าน่าจะเกิดขึ้นครั้งแรกในเรื่อง) แล้วทำไมถึงเอาเรื่องไรอันอยู่กับฮันเตอร์ไปบอกบ้านฮันเตอร์ได้ ต้องการทราบเบื้องหลังการตัดสินใจนี้เหมือนกัน อารมณ์ผลักดันล้วนๆเลยใช่ป้ะ
  5. เนมกับไรอันกับฮันเตอร์ คสพ messy นี่มันสื่อถึงอะไร ความเป็นวัยรุ่น ทำไปตามอารมณ์เหรอ คือจริงๆเจ้ก็มองว่าคสพของเด็กพวกนี้มันคือ hook up นั่นแหละ แบบ fool around อ่ะ แต่ถ้าอยากเล่นเรื่องความรักลึกซึ้ง ชั้นก็จะมองในเลนส์ว่าไรอันมันเริ่มมองเนม special กว่า กำลังอยู่ในช่วง develop crush ละตอนแรกคิดว่าอ่ะ ชั้นจะแก้ตัวให้ว่าบางทีไรอันอาจจะไม่ได้เต็มใจจูบฮันเตอร์ พอเรื่องเล่าด้วยสายตาของเนมเลยอาจทำให้ไรอันในภาพนั้นดูเอนจอยและแฮปปี้ ทั้งๆที่จริงๆอาจจะขัดขืน ไม่เต็มใจก็ได้ แต่พอมันตัดไปฉากพิธีแล้วคสพของสองคนนั้นก่อนทำพิธีมันดูไม่แย่ เลยคิดว่าน่าจะคุ้นเคยกันอยุ่แล้ว ดังนั้นข้อดีเฟ้นที่ว่าไรอันไม่ได้เต็มใจจูบฮันเตอร์นี้พอจะปัดตกได้ ชั้นว่ามันกิ๊กกันมาก่อนจริงๆนั่นแหละ ซึ่งตรงนี้ควรเป็นการเล่าของไรอันว่าฮีรู้สึกยังไงกับคสพฉาบฉวยพวกนี้ แล้วมองเนมเป็นคนสำคัญเมื่อไหร่ เพราะอะไร ทีนี้นะ แล้วก้รู้สึกว่าบางทีไรอันอาจจะรุ้สึกว่าในโลกที่ไม่มีใครซัพพอร์ท ไม่มีเกย์คนอื่นแล้ว (หลังจากฮันเตอร์ตาย) มันก้เหลือเนมอ่ะที่จะเข้าใจไรอันที่สุด เลยเข้าใจได้ถ้าไรอันเริ่มจะ involve himself กับเนม เพราะข้อมูลก็คือพ่อแม่ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เดาว่าน่าจะเป้นเด็กที่ไม่มีที่พึ่งเหมือนกัน (เรารู้จักไรอันน้อยมากจริงๆ!) เห็นด้วยกับทวิตที่ผ่านตาไปว่าสองคนนี้มัน trauma bonding ได้ แต่ก็ต้องคลายคอนฟลิคที่ขัดแย้งกันก่อนนะชั้นว่า นี่ไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกไรอันนะ เห็นแล้วว่าไรอันมันก็รักมาก แต่เราแยกความรู้สึกในใจของสองคนนั้น ออกจากโครงสร้างความสัมพันธ์ของตัวละคร มันรักกันได้ มันแคร์กันได้ แต่สิ่งที่เชื่อมระหว่างกันและกัน นี่มองว่ายังไม่แข็งแรงพอ
  6. จริงๆข้องใจมากว่าถ้าบอกว่าเอนติตี้มันจะมาตอนที่เราอยู่คนเดียว งั้นตอนที่เนมมันอยู่หน้าประตูรถบัสละคนเต็มรถทำไมมันโผล่มาได้วะ คือเห็นๆเลยว่าไรอันตัวจริงอยู่หน้านี่ แค่อยู่นอกรถบัสคนเดียวก็ถือว่าอยู่คนเดียวแล้วเหรอ ตายังมองเห็นรับรู้ presence ของคนขางใน ไรอันมันก็มองเนมอยู่ แล้วมันจะถือว่าอยู่คนเดียวได้ไง ไม่เข้าเงื่อนไขปะ

มาพูดถึงสิ่งที่ชอบและคิดว่ามันทำได้ดีบ้าง หรือจุดที่น่าสนใจ

  1. ความรู้สึกโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง ของ queer kids คือการใส่ homophobia เข้ามามันทำให้อึดอัดมาก ยิ่งตัวละครพูดซ้ำๆว่าไม่มีใครเชื่อฉันเลย มันคือการถูกปฎิเสธซ้ำๆ ทำให้ตลคไม่มีที่ให้พึ่งพิงจริงๆ นักจิตวิทยา(?)ยิ่งแย่ไปใหญ่ พูดมาได้ไงว่าเนมโกหก คือนึกว่าเราต้องรับฟังพยานให้มากที่สุดมากกว่าปะ ทำไมทำตัวเหมือน bad cop ต่อให้พยานมันจะพูดหมูหมากาไก่แล้วมันใช่หน้าที่ที่ต้องต้อนว่านายโกหกนะ นายขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ จะบ้ารึไง โมโหอ่ะ ไม่มีหัวคิด อุบาดมากๆ ยิ่งตอนไปคุยกับแม่ยิ่งบีบให้เด็กไม่เหลือพื้นที่ปลอดภัย เป้นการผลักเด็กให้กลับไป abusive household ใครเค้าทำกันแบบนี้เนี่ย โฮโมโฟบกันทั้งเมือง ไม่มี ally ซักคน หดหู่มาก